平成22年1月2日土曜日
Show "โง่"
มาดูตัวอย่างที่พลาดแล้วๆมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่ตอนปีหนึ่งกัน
タイ人はいつも直接に話して、何も気をしません。
それぞれを気をつけたら、インターネットショッピングは一つのいい選択だと思います。
もうすぐテストの時間が終わるという時、テストの順番が間違ったことを気がついて、目の前に真っ暗になった。
浮き板を両手を持ってください。
彼の作品の特徴は「アニメーションは基本的に子供の物だ」ということを基づいて、一貫して子供の視点に立って、悪役を大人にしていることです。
日本語能力試験四級に受けました。
あなたの手紙を感動され見えます。
ตัวที่ทำเป็นสีแดงทั้งหมดนั้นเป็นการใช้ที่ผิด ที่ถูกคือตรงที่เป็นにต้องเป็นを และตรงที่เป็นをต้องเป็นに สับสนเหลือเกิน นี่เป็นเพียงตัวอย่าง(เพราะหาที่เหลือไม่เจอ่ะ T T)เพียงเท่านั้น
ใครผิดตรงไหนสามารถเม้นท์เพิ่มเติมตัวอย่างได้นะคะ แล้วจะเอาไปศึกษาต่อ อิอิ จะเป็นพระคุณยิ่ง
カウィ・キッフ
平成22年1月1日金曜日
หัวข้อที่ต้องการจะศึกษา
อิอิ
หัวข้อที่ต้องการจะศึกษาต่อจากนี้ไปคือ
เรื่อง การใช้คำช่วย に ・ を กับ คำกริยาต่างๆ
เช่น ~に感動する ~を目指す
วัตถุประสงค์ เข้าใจและสามารถใช้คำช่วยสองตัวนี้ได้้มากขึ้น
สาเหตุ ไม่ค่อยเข้าใจ และใช้ผิดเยอะมาก
วิธีการเรียนรู้ 1.ศึกษาจากหนังสือไวยกรณ์เบื้องต้น
2.เก็บตัวอย่างจากนิตยสาร เวปไซต์ บทความต่างๆ
3.สรุปออกมาว่า คำช่วยตัวไหนใช้กับกริยาตัวไหนบ้าง
มีหลักอะไรช่วยแบ่งการใช้บ้างได้ไหม
4.จำและหัดนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
วิธีการประเมิน ดูพัฒนาการจากงานเขียนวิชาการเขียน 、Media、Conver
ประเภทชิ้นงานที่คิดว่าจะรวบรวม งานเขียนวิชาการเขียน 、Media、Conver
ต่อจากนี้ไปก็จะพยายามรวบรวมความเข้าใจที่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาอัพลงในนี้บ่อยๆนะคะ สู้ตายค่ะ
平成21年12月28日月曜日
「は」 と 「が」
- เมื่อเป็นเรื่องที่เราตัดสินแล้วว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องทั่วไปที่เหมือนกันหมด เช่น
消防車はみな赤い。
東京の新宿や六本木は真夜中でもにぎやかですよ。
- เมื่อเป็นความจริง เป็นเรื่องจริง เช่น
サルは人間に一番近い動物だ。
การใช้「が」
- เมื่อเป็นเรื่อง ณ ตอนนั้น ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอ
「あっ、山の上の方が真っ白だ。」
「あっ、ほんとだ。初雪が降ったんだな。」
ในกรณีที่มีประโยคซ้อนกัน
ประโยคหลักจะใช้คำช่วย は
ประโยครองจะใช้คำช่วย が โดยเฉพาะเวลาบอกว่า ตอนที่。。。จะใช้ が
A が ・・・・・・・・・ 時、B は
เช่น 私は先生から電話がかかってきた時、まだ寝ていた。
(ต่อจากอันนี้ยังงงอยู่ จะไปอ่านก่อน เดี๋ยวจะมาอัพต่อนะคะ)
平成21年12月7日月曜日
Jap 会話 (2)
ได้เข้าใจวิธีการพูดของคนญี่ปุ่นมากขึ้น
คำลงท้ายประโยค
- การใช้ 「~の」
ในวิชา会話ก็ได้เรียนเรื่องนี้ซ้ำอีกที
「~の」จะใช้เมื่อเป็นเรื่องที่เราต้องการจะบอกคนที่เราคุยด้วย
ว่าเรื่องมันเกิดแบบนี้นะ แล้วอย่างงี้อย่างนั้นนะ ซึ่งจะต่างกับ
การใช้「~よ」ลงท้ายประโยค ที่จะใช้เมื่อเราคิดว่าอีกฝ่ายไม่รู้
หรือเรามีความคิดที่ต่างจากคนที่เราาคุยด้วย
เช่น きのう文学部でころんでしまったの。
- 「~たんだよ」
โดย 。。。。
~たんだよ จะใช้เมื่อเราแสดงความรู้สึกที่มีต่อเรื่องของคนอื่น
เรื่องที่เราได้ยิน ได้รู้มา ไม่ได้เป็นเรื่องที่ประสบโดยตรง
เช่น びっくりしたんだよ。
>>แสดงว่าไปได้ยินอะไรมาแล้วตกใจ
~よ จะใช้เมื่อเราแสดงความรู้สึกที่เรามีต่อสถานการณ์ที่เราเจอเอง
โดยตรง
เช่น びっくりしたのよ。
>>แสดงว่าเราถูกทำให้ตกใจโดยตรง
คำศัพท์
คำศัพท์เพื่อนๆที่ห้องและตัวเราเองใช้ผิดบ่อยมากคือ
- 「叱る」
แต่จริงๆแล้ววิธีการใช้คำนี้ไม่ได้สามารถใช้ได้กับทุกคน
จะใช้ได้กับเฉพาะคนที่สูงกว่าดุคนที่ต่ำกว่า
จะไม่สามารถใช้ในกรณีรุ่นเดียวกันเองดุได้
เช่น 母に叱られた。
จะไม่ใช้ 友達に叱られた。 ✖
แต่จะใช้ว่า 友達にしめられた。 ○
- 「あなた」
จะใช้ในกรณีที่ดุลูกน้อง ว่าคนที่ต่ำกว่าเราเท่านั้น
ถ้าเอาไปใช้กับเพื่อน หรือคนที่สูงกว่าจะถือว่าเสียมารยาทอย่างมากๆๆๆ
การให้ความสำคัญกับฐานะคนในสังคมญี่ปุ่นสามารถถ่ายทอด
ผ่านวิธีการใช้คำศัพท์ต่างๆออกมาได้อย่างเด่นชัด
นับว่าเป็นภาษาที่ลึกซึ้งภาษาหนึ่งที่เรายังคงต้องศึกษากันต่อไป
カウィ・ギフト
平成21年12月3日木曜日
สังเกตการเรียนการสอนครั้งที่2
หัวข้อคือ ~んですが、どうしたらいいですか。
- อาจารย์ใช้วิธียกตัวอย่างขึ้นมาก่อนที่จะนำเข้าสู่ตัวเนื้อหาจริงๆ
A: 新聞社に見学したいんですが、どうしたらいいですか。
B: 直接電話で申し込んだらいいですよ。
A: そうですか。どうも。
แล้วค่อยอธิบายความหมายและวิธีการใช้
- มีการอธิบายความหมายของคำศัพท์ในหนังสือโดยยก例文ประกอบเพิ่มด้วย
- นักเรียนค่อนข้างงงการเปลี่ยนรูปいただけませんかให้ต่อกับ~んですが、~
- ก่อนจบคาบอาจารย์ก็ทวนเรื่องที่เรียนทั้งชั่วโมงเช็คความเข้่าใจ
ตอนที่นั่งฟังอยู่ก็เกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่า
เวลาสอน文法เราควรจะสอนลึกไปแค่ไหน
ถึงจะทำให้นักเรียนไม่งง หรือไม่ควรจะพูดถึงเลย
รอให้ถึงเวลาที่จำเป็นต้องรู้ก่อน?
อย่างในกรณี~んですが、~
ควรจะสอนด้วยรึป่าวว่ามาจากคำว่า ~のですが、
แล้วพวก~のです คืออะไร ใช้ในบริบทไหนบ้าง
หรืออย่างกรณีที่ยกตัวอย่างประโยคของคำว่า並べる
ว่า一列にタバコをならべる。
ต้องอธิบายรึป่าวว่าในประโยคนี้ทำไมถึงเป็นにเป็นคำช่วยตัวอื่นไม่ได้
หรือถ้าเคยอธิบายแล้วจะต้องอธิบายทวนอีกทุกครั้งรึป่าว?
การสอนนี่ยากใช่เล่นนะเนี่ย!
ギフト・カウィ❤
平成21年12月2日水曜日
สังเกตการเรียนการสอนครั้งที่1
แต่เข้าไปในฐานะผู้สังเกตการเรียนการสอนในห้องเรียน
ตื่นเต้นมากค่ะ
อาจารย์ก็ไล่ถามไปทีละคำว่าคำไหนแปลว่าอะไรบ้าง
นักเรียนส่วนใหญ่ก็รู้อยู่แล้วล่ะ ว่าแต่ละคำแปลว่าอะไร
แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ
นักเรียนชอบถามถึงข้อแตกต่างระหว่างคำที่มีความหมายคล้ายกัน
ถามเป็นครูคนไทยก็อาจจะไม่รู้ความแตกต่าง
แต่ถ้าเป็นครูญี่ปุ่นก็อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายความแตกต่างของคำ
ให้เด็กที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นเข้าใจได้
ตัวอย่างที่พบในวันนี้ เช่น
- ความแตกต่างระหว่างคำว่า 「たのしい」 กับ 「おもしろい」
- ความแตกต่างระหว่างคำว่า 「かんたん」 กับ 「やさしい」
やさしい แปลว่า ง่าย、ใจดี
ดังนั้นถ้าเป็น かんたんなテスト やさしいテスト ก็จะแปลว่าข้อสอบง่ายทั้งคู่
แต่ถ้าเป็น かんたんな人 やさしい人ความหมายก็จะต่างกัน
かんたんな人 จะแปลว่า คนที่เชื่อคนง่าย
やさしい人 จะแปลว่า คนใจดี
(แล้วอย่างงี้ むずかしい人 จะเป็นคนยังไงกันนะ???)
- ความแตกต่างระหว่างคำว่า 「にぎやか」 กับ 「うるさい」
เรื่องที่ได้เรียนรู้
- ต้องรู้เรื่องที่สอนจริง
บอกติดเอาไว้ก่อนแล้วจะมาบอกคราวหน้า
(โดยเฉพาะเรื่องความแตกต่างในการใช้คำที่คล้ายกัน)
- การแต่งประโยคตัวอย่าง
หรือให้ผู้เรียนแต่งประโยคเกี่ยวกับสิ่งนั้น
เช่น ผู้เรียนชอบบ่นเรื่องอาจารย์A
ก็อาจจะให้นักเรียนแต่งประโยคเกี่ยวกับอาจารย์ท่านนี้
เช่น A先生はきれいではありません。
A先生はおもしろくないです。
ก็จะทำให้ผู้เรียนมีความสนใจที่จะแต่งประโยคหรือฟังเรามากขึ้น
พรุ่งนี้จะลองเข้าไปดูในแบบของอาจารย์ไทยสอนดูบ้าง
楽しみにしています。^ ^
ギフト・カウィ
平成21年11月28日土曜日
「それは秘密です!」
งานครั้งที่2 「それは秘密です!」
ปฏิบัติการในครั้งนี้ได้รับคำสั่งให้ เล่าเรื่องให้เพื่อนฟังให้สนุก น่าตื่นเต้น ระทึกที่สุดเท่าที่จะทำได้
โดยเนื้อหาให้ดูจากกระตูนสี่ช่อง (4コマまんが)อัดเสียงที่เราเล่าแล้วมาดูกันว่าพูดอะไรลงไปบ้าง หึหึ
เนื้อหามีประมาณว่า ...............
"สาวนางหนึ่งไปทำศัลยกรรม พอสวยก็เลยได้แฟนหนุ่ม
เป็นชายเพอร์เฟกต์มาเป็นคู่ครอง
วันหนึ่งชานหนุ่มก็ไปเจอรูปสมัยก่อนตอนสาวนางนั้นยังขี้เหร่อยู่
สาวก็แบบตกใจมากคิดว่างานนี้โดนบอกเลิกชัวร์
แต่ที่ไหนได้ชายหนุ่มกลับไม่โกรธเลย บอกเธอน่ะคิดมากไปเลย
จริงแล้วน่ะ เราก็ไม่มีผมใส่วิกอยู่เหมือนกัน
เหอะๆสุดยอดเจรงๆ"
เป็นไงล่ะ เห็นเนื้อหาแล้วนึกไม่ออกเลยว่าจะพูดออกมายังไงให้มันสนุกดี
ให้ตายซิไม่อยากฟังเลยว่าพูดอะไรลงไปบ้าง T ^ T
นอกจากฟังน้ำเสียงจะฟังไม่สนุกแล้ว ยังพูดไม่เป็นภาษาคนอีกแฮะ ฮ่าๆๆๆๆ
ส่วนความยาวเนื่อหาก็มีอยู่แค่สี่บรรทัดตามการ์ตูนสี่ช่องนั่นแหละ
จากปฏิบัติการพูดสดในครั้งนี้ ได้เรียนรู้ประเด็นต่างๆ ดังนี้
- การพูดจบประโยค ตอนที่พูดรู้สึกว่าใส่แต่คำว่า 「よ」 ทุกท้ายประโยคเลย
เราสามารถจบประโยคด้วยคำอื่นๆได้
เช่น 「の」 (ผู้หญิงใช้อันนี้มาก)
「けど」
「~んだ」 (ผู้ชายนิยมอันนี้)
- คำเริ่มเรื่อง ประเด็น ที่เราจะเม้าท์จะใช้ประโยคเช่น
おもしろい話があるよ。
ねぇねぇ知ってる?
あのう、先週のことなんですけどね、~ (จากวิชา 会話 第10課)
あのね、びっくりすることがあったんですよ。
(จากวิชา 会話 第10課)
- メタ言語
เป็นภาษาที่ใช้เยอะมากค่า ในการเม้าท์ โดยเป็นคำ ประโยคที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องได้ง่ายขึ้น
น่าติดตามมากขึ้น โดยเน้นให้คำนึงถึงความรู้สึกของผู้ฟังเสมอ
เช่น ねぇねぇ、知ってる。
どうなると思う?
面白いでしょう。
- อธิบายลวกเกินไป ไม่ละเอียด แล้วมันจะรู้เรื่องกันมั้ยน่ะ
เราเล่นพูดตามการ์ตูนสี่ช่องแบบที่ไม่ได้แต่งเพิ่มเองเลยเนื้อหามันเลยสั้น
เทียบกะของอาจารย์ญี่ปุ่นสองคน แต่งข้อมูลเพิ่มกันมาเองเยอะแยะเลย
ฟังแล้วดูมีเนื้อหา ไม่ห้วนๆสั้นๆแล้วจบ (เหมือนของเรา) แถมยังดูน่าระทึกกว่าของเราตั้งเยอะ
- คำเชื่อมตัวดี 接続詞
พวก つまり それで そこで すると
พอไม่ใช้คำพวกนี้แล้วเล่าติดกันเป็นพรืด ไม่มีคำมาเชื่อมประโยค
คนฟังจะรู้สึกว่าเรื่องมันไม่ต่อกันยังไงก็ไม่รู้
ไม่ราบรื่น แถมฟังแล้วยังงงๆอีก เพราะฉะนั้นควรจะหัดเอามาใช้บ้าง
- 擬態語・擬音語
การเล่าเรื่องให้ให้น่าสนใจได้ก็ต้องมีคำเลียนเสียงเป็นลีลา
เป็นตัวเพิ่มสีสันให้กับเรื่องที่เราเม้าท์ อิอิ
เช่น อาจารย์ญี่ปุ่นผู้หญิงใช้คำอื่นแทนคำว่า หัวล้าน(カツラ)
หรือ ไม่มีผม (毛がない)
ว่า ツルツルピカピカ ที่แปลว่า ลื่นๆวิ้งๆ ฟังแล้วขำกว่ากันเยอะเลยเนาะ
ปฏิบัติการภารกิจครั้งนี้เสร็จสิ้นลงแล้ว
หมดแรง........................
กลอนวันนี้
甘えたいときは
甘えればいいよ。
あまえベタな人は
「ありがとう」が
ヘタなでけ。
(あなたがいるだけで幸せ4 pp。10)
